เมื่อไฟเตือนความร้อนรถยนต์ ขึ้นเป็นสีแดงควรทำอย่างไร?

เมื่อความร้อนเครื่องยนต์ขึ้นสูงจนไฟเตือนสถานะความร้อนขึ้นสีแดง สิ่งที่ควรระวังคือ เครื่องยนต์โอเวอร์ฮีท (Over heat) มีผลอย่างมากกับระบบการทำงานของเครื่องยนต์ และเป็นสิ่งอันตรายอย่างยิ่งต่ออายุการใช้งานของรถยนต์ เพราะ จะมีผลต่อชิ้นส่วนของเครื่องยนต์เป็นอย่างมาก ในกรณีที่เครื่องเกิดความร้อนสูงขึ้นกับเครื่องยนต์

โดยทั่วไปแล้วมาตรวัดความร้อนเครื่องยนต์จะมีด้วยกัน 2 แบบด้วย คือ

1. แบบเข็ม การทำงานของเข็มชี้วัด ยามเมื่อเครื่องยนต์อยู่ในช่วงอุณหภูมิการทำงานจะต้องไม่เกินครึ่งหนึ่งของมาตรวัด ตราบใดเข็มชี้วัดเกินครึ่งหนึ่ง ให้นึกถึงเสมอว่า มีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นในระบบหล่อเย็น อุณหภูมิของเครื่องยนต์สูง

2. แบบไฟเตือน ในรถยนต์รุ่นใหม่ โดยรูปแบบของไฟเตือนนั้น จะมีในเรื่องของสีเข้ามาเกี่ยวข้อง สำหรับรุ่นรถยนต์ที่ใช้ไฟเตือนประเภทนี้ ต้องสังเกตสีของการเตือนด้วย (ศึกษาจากคู่มือประจำรุ่นรถ) โดยทั่วไปแล้วจะมีรายละเอียดคร่าวๆ ดังนี้ ไฟเตือนสีเขียว หรือสีฟ้า แสดงว่าเครื่องยนต์หรือระบบหล่อเย็นมีอุณหภูมิต่ำ กรณีเป็นไฟเตือนสีแดง แสดงว่าเครื่องยนต์หรือระบบหล่อเย็นมีอุณหภูมิสูง

ไม่ว่าการแจ้งเตือนจะมีรูปแบบอย่างไร จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อเครื่องยนต์อย่างแน่นอน แสดงว่า มีชิ้นส่วนที่ชำรุดเกิดขึ้น ไม่ส่วนใดก็ส่วนหนึ่ง ในระบบหล่อเย็นของเครื่องยนต์ ไม่ว่าจะเป็นปั๊มน้ำ หม้อน้ำ พัดลมระบายความร้อนไม่ทำงาน เป็นต้น นอกจากมีการแจ้งเตือนที่มาตรวัดแล้ว ยังมีการเตือนในรูปแบบอื่นๆ ได้อีก เช่น รูปไฟเตือนเครื่องยนต์ (สีส้ม) ติดค้าง, เสียงเครื่องยนต์ ผิดปกติไปจากเดิม ในรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ระบบควบคุมเครื่องยนต์อาจจะตัดการทำงานของเครื่องยนต์โดยอัตมัติ เพื่อมิให้เครื่องยนต์เกิดการเสียหายไปมากกว่านี้

เมื่อรถความร้อนสูงขึ้น แบบเข็มเกินคึ่งของมาตรวัด แบบไฟเตือนขึ้นไฟสถานะสีแดง

1. ให้รีบจอดรถเข้าข้างทางในที่ปลอดภัย เปิดฝากระโปรงหน้ารถ เพื่อช่วยระบายความร้อนออกจากห้องเครื่องให้เร็วขึ้นเพื่อระบายความร้อนในห้องเครื่องยนต์ได้เร็วขึ้น 

2. เมื่อเครื่องยนต์เย็นลง จึงค่อยเปิดฝาหม้อน้ำ โดยใช้ผ้าคลุมผ้าหม้อน้ำไว้ป้องกันเผื่อว่ายังมีความดันอากาศและน้ำร้อนหล่อเย็นพุ่งใส่หน้าเรา และช่วยกันความร้อนเพราะอาจจะยังร้อนอยู่บ้าง อย่าเอาหน้าเราเข้าไปใกล้หม้อน้ำ

3. ให้เติมน้ำทีละน้อยๆ อย่างช้าๆ โดยทิ้งช่วงเวลาห่างกัน 5 นาที ในเวลาเดียวกันคอยสังเกตดูระดับน้ำในหม้อน้ำ หากน้ำที่เติมลงไปแล้วไม่เต็มสักทีแถมมองไปใต้รถมีน้ำไหลไหลรั่วออกมาหมด สันนิฐานได้ก่อนเลยว่า หม้อน้ำแตก ให้แจ้งศูนย์บริการ หรือติดต่อช่างหม้อน้ำที่อยู่ใกล้เคียง เพราะเราคงจะทำอะไรเองไม่ได้แล้ว ให้ศูนย์มาลากรถไปแก้ไขต่อไป 

แต่ถ้าน้ำรั่วซึมเพียงเล็กน้อย ก็ยังสามารถขับรถต่อไปได้แต่อย่าขับเร็ว ให้หมั่นสังเกตเข็มวัดอุณหภูมิบนหน้าปัดรถ และเมื่อความร้อนขึ้นสูงให้หยุดรถเป็นระยะๆ แล้วทำแบบเดิมๆ จนกว่าถึงจุดหมายปลายทางและนำรถไปซ่อมหม้อน้ำ หรือแก้ไขต่อไป

ความคิดเห็น